วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 5

บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน
เวลาเข้าเรียน 12.20น. เวลาเลิกเรียน 15.50 น.

ในสัปดาห์นี้ดิฉันไม่ได้ไปเรียน จึงได้ศึกษาเนื้อหาจากใบความรู้และBlogger  ของนางสาวพัชราวรรณ วารี
นางสาวอังสุพรรณ เพียรขุนทด ค่ะ

การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ

 ทักษะทางสังคม
-          เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพ่อแม่
-          การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข

  กิจกรรมการเล่น

   การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
   เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
   ในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน  แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง 

ยุทธศาสตร์การสอน
เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีเล่น  ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง  ครูจดบันทึกและทำแผน IEP

การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
                    วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
                    คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
                    ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
                    เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน ครูให้เด็กพิเศษ

การปฎิบัติตัวของครูขณะเด็กเล่น

         อยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู   ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็ก

มากเกินไปเอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่นให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม

 การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น

      ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อนทำโดย การพูดนำของครู

ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
                    ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
                    การให้โอกาสเด็ก
                    เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
                    ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง

  อาจารย์ให้เพื่อนๆ ทำกิจกรรมบำบัด โดยให้จับคู่กันคนนึงสมมุติเป็นเด็กพิเศษ อีกคนเป็นเด็กปกติ
แจกสีเทียนคนละ 1 แท่ง โดยให้เด็กคนนึงลากเส้น อีกคนทำเป็นจุด ขณะที่ทำกิจกรรม อาจารย์ก็เปิดเพลงไปด้วยเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องมีแต่เสียงดนตรี เพลง Happy relaxing Guitar music for children




จากกิจกรรมนี้เด็กจะได้ฝึกสมาธิ เกิดทักษะทางสังคมช่วยให้เรียนรู้ทักษะสังคมผ่านการทำกิจกรรมศิลปะร่วมกันเป็นกลุ่ม รู้จักการรอคอย ผลัดกันทำ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังเรียนรู้ที่จะแสดงออกซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด ความต้องการของตนเอง และการเข้าใจผู้อื่น โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อ


จากนั้นอาจารย์ก็สอนให้นักศึกษาร้องเพลง 6 เพลง ดังนี้ 

เพลง ดวงอาทิตย์

ยามเช้าตรู่อาทิตย์ทอแสง
เป็นประกายทองเรืองรอง ผ่องนภา
ส่องสว่างไปทั่วหล้า บ่งเวลาว่ากลางวัน

เพลง ดวงจันทร์

ดวงจันทร์ทอแสงนวลใย    สุกใสอยู่ในท้องฟ้า
เราเห็นดวงจันทรา  แสงพราวตาเวลาค่ำคืน


เพลง ดอกมะลิ

ดอกมะลิ  กลีบขาวพราวตา
เก็บเอามาร้อยเป็นมาลัย
บูชาพระทั้งทำใช้ยาก็ได้
ลอยในน้ำ อบขนมหอมชื่นใจ

เพลง  กุหลาบ

กุหลาบงาม  ก้านหนามแหลมคม
จะเด็ดดมระวังกายา
งามสดสีสมเป็นดอกไม้มีค่า
เก็บเอามาประดับไว้ในแจกัน

เพลง นกเขาขัน

ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู
จุ๊กกรู จุ๊กกรู จุ๊กกรู  จุ๊กกรู  จุ๊กกรู

เพลง รำวงดอกมะลิ

รำวง  รำวง ร่วมใจ
หอมดอกมะลิที่ร้อยมาลัย
กลิ่นหอมตามลมไปไกล
หอมกลิ่นชื่นใจจริงเอย


ความรู้เพิ่มเติม

กิจกรรมบำบัด คืออะไร
"กิจกรรมบำบัด" หมายความว่า การกระทำเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย จิตใจ การเรียนรู้ และพัฒนาการเกี่ยวกับเด็ก โดยกระบวนการตรวจ ประเมิน ส่งเสริม ป้องกัน บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ เพื่อให้บุคคลดำเนินชีวิตได้ตามศักยภาพ โดยการนำกิจกรรม วิธีการ และอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาเป็นวิธีการในการบำบัด
ถือได้ว่ากิจกรรมบำบัดเป็นวิชาชีพหนึ่งในกลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพที่ดูแล เกี่ยวกับสุขภาพของมนุษย์ในทุกกลุ่มอายุ ทั้งวัยเด็ก วัยทำงาน และวัยสูงอายุ โดยให้บริการครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริม การป้องกัน การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการให้คำปรึกษา แก่ผู้มารับบริการ ญาติหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
ใครบ้างที่ควรมาพบนักกิจกรรมบำบัด ?
1. เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการบกพร่อง เช่น เด็กสมองพิการ เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กดาวน์ซินโดรม    เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น เป็นต้น โดยการบำบัดตั้งแต่ปัญหาการดูดน้ำนม การกลืน การกิน การพัฒนากล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว การสื่อสาร การทำกิจวัตรประจำวัน การเข้าสังคม ทักษะการเรียน การดัดแปลงอุปกรณ์เครื่องช่วยเพื่อการประกอบกิจวัตรประจำวัน หรือการละเล่น ได้สะดวกขึ้น ตลอดจนอุปกรณ์เพื่อการเคลื่อนย้ายตนเอง
2. ผู้ที่หย่อนสมรรถภาพทางด้านร่างกาย
-กลุ่มทางระบบโครงสร้างของร่างกายและกล้ามเนื้อ เช่น โรครูมาตอยด์ กระดูกหัก กระดูกพรุน โรคกล้ามเนื้อต่างๆ การตัดแขน-ขา ผู้ที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก เป็นต้น

-กลุ่มโรคทางระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมองแตก หรือ อุดตัน การได้รับบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุต่างๆ โรคพาร์คินสัน เป็นต้น

-กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่มือ แขน อันเป็นสาเหตุให้มีการทำงานบกพร่องไปของเส้นประสาท กล้ามเนื้อและกระดูก

-ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจและเมตาบอลิซึมของร่างกาย ผู้ป่วยประเภทนี้อาจไม่มีความพิการ แต่มีการอ่อนแอของสภาพร่างกายโดยทั่วไป เช่น เหนื่อยง่าย ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน เป็นต้น

3. ผู้สูงอายุ มักมีปัญหาการเจ็บป่วยหรือมีความบกพร่องด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ซึ่งส่งผลให้เสื่อมความสามารถทางด้านการเคลื่อนไหว การรับความรู้สึก การรับรู้ การเรียนรู้และความเข้าใจ ทำให้สูญเสียหน้าที่หรือมีความยากลำบากในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การทำงานและกิจกรรมนันทนาการ สาเหตุเนื่องมาจากโรค/อุบัติเหตุ/ กลุ่มอาการความผิดปกติ ได้แก่ สมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์คินสัน โรคเก๊าท์ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคความจำเสื่อม โรคข้อ เป็นต้น
4. ผู้มีภาวะบกพร่องทางสุขภาพจิตและสังคม มักมีปัญหาหรือความบกพร่องทางด้านจิตใจ อารมณ์ และจิตสังคม ทำให้สูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน การทำงาน การเรียนรู้และทักษะทางสังคม เนื่องมาจากโรคหรือความผิดปกติอื่นๆ ได้แก่ อารมณ์แปรปรวน โรคจิตเภท ติดยาเสพติด ติดเหล้า เครียด มีความผิดปกติทางพฤติกรรม


วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 4

บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน
เวลาเข้าเรียน 12.20น. เวลาเลิกเรียน 15.50 น.

ก่อนจะเข้าเนื้อหาในรายวิชา  อาจารย์ให้นักศึกษาทำกิจกรรม  "วาดภาพมือตัวเอง"    โดยอาจารย์จะแจกถุงมือให้คนละ 1 ข้าง   แล้วสวมถุงมือไปในข้างที่ไม่ถนัด   จุดประสงค์ของกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษารู้จักเป็นคนหัดสังเกต
โดยเอามือของเราที่วาดไปเปรียบเทียบกับเด็กเพราะถ้าเราไปเป็นครูในอนาคต เราก็ต้องอยู่กับเด็กทุกวัน  เราควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กไปพร้อมๆกับการจดบันทึก  เพราะเราไม่สามารถจำรายละเอียดของเด็กได้ อาจจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง  ก็เหมือนมือ  มืออยู่กับเราทุกวัน  ทุกเวลาตั้งแต่เกิด แต่พอสวมถุงมือทับไป เราก็ไม่สามารถวาดหรือจำรายละเอียดต่างๆของมือได้ครบถ้วน  พฤติกรรมของเด็กก็เช่นเดียวกัน   






เนื้อหาวิชาที่เรียนในวันนี้

การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ


ทักษะของครูและทัศนคติ

การฝึกเพิ่มเติม

 อบรมระยะสั้น , สัมมนา

สื่อต่างๆ

การเข้าใจภาวะปกติ

• เด็กมักคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง

 ครูต้องเรียนรู้ , มีปฎิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ

 รู้จักเด็กแต่ละคน

 มองเด็กให้เป็น เด็ก

การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า

  การเข้าใจพัฒนาการของเด็ก จะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย

ความพร้อมของเด็ก

 วุฒิภาวะ

 แรงจูงใจ

 โอกาส

การสอนโดยบังเอิญ

 ให้เด็กเป็นฝ่ายเริ่ม

 เด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น

 สอนจากปัญหาที่เกิดในเวลาที่เด็กทำกิจกรรม

 จะเกิดขึ้นเมื่อเด็กวิ่งเข้ามาหาในจังหวะที่มีปัญหา



ตารางประจำวัน

    เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ

    กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้

    เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ

    การสลับกิจกรรมที่อยู่เงียบๆกับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวมากๆ

   คำนึงถึงความพอเหมาะของเวลา

การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้

    เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ

    เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส

     เด็กทุกคนสอนได้


เทคนิคการให้แรงเสริม

ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก   มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็ก และมักเป็นผล

ในทันทีหากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงและหายไป


วิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่

    ตอบสนองด้วยวาจา

   การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก

   พยักหน้ารับ ยิ้ม ฟัง

   สัมผัสทางกาย

  ให้ความช่วยเหลือ , ร่วมกิจกรรมกับเด็ก




ตัวอย่างการเสริมแรง

หลังเรียนเนื้อหาจบอาจารย์ก็ให้ทำ Post  test โดยตอบคำถามที่ละกลุ่ม




และก็ร้องเพลงทบทวนเพลงจากสัปดาห์ที่แล้ว



เพลง ฝึกกายบริหาร
ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว


เพลง ผลไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ส้มโอ  แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่  ลำใย  องุ่น  พุทรา
เงาะ  ฝรั่ง  มังคุด
กล้วย  ละมุุด  น้อยหน่า
ขนุน  มะม่วง นานาพันธุ์


เพลง กินผักกัน

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  แตงกวา
คะน้า  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  โหระพา
มะเขือเทศสีดา  ฟักทอง  กหล่ำปลี


เพลง ดอกไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ดอกไม้ต่างพันธุ์  สวยงามสดสี
เหลือง  แดง  ม่วงมี แสด  ขาว ชมพู


เพลง จ้ำจี้ดอกไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

จ้ำจี้ดอกไม้  ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี  จำปา  มะลิ พิกุล
กุหลาบ  ชบา บานชื่น  กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา  เฟื่องฟ้า  ราตรี
               

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 3

บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน
เวลาเข้าเรียน 12.20น. เวลาเลิกเรียน 15.50 น.

ชั่วโมงนี้อาจรย์เริ่มต้นการเรียนการสอน ด้วยการให้วาดภาพดอกบัว ซึ่งอาจารย์ได้มีภาพตัวอย่างมาให้ ให้วาดให้เหมือนที่สุด พร้อมอธิบายสิ่งที่เห็นในภาพ ตามภาพต่อไปนี้.....


      และนี่คือผลงานของดิฉัน และสิ่งที่ดิฉันเห็นในภาพคือ กลีบของดอกบัวแต่ละกลีบมีขนาด  สี และลักษณะ
ที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกัน  รวมกันเป็นดอกเดียวกันได้
                                                         


และเริ่มเข้าสู่บทเรียน ในเรื่อง บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม   

ครูไม่ควรวินิจฉัย

  • การวินิจฉัย หมายถึง การตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง
  • ไม่ควรวินิจฉัยจากอาการที่แสดงออกมา อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้

ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก

  เพราะจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี  ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไปและเด็กจะกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ

ครูไม่ควรบอกพ่อแม่เด็กว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ

  • พ่อแม่ของเด็กพิเศษ  มักจะทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา
  • พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้แล้ว
  • ครูควรพูดในสิ่งที่เป็นความหวังในด้านบวก แต่ต้องไม่ให้เกิดความหวังผิดๆ
  • ครูควรรายงานผู้ปกครองว่าเด็กทำอะไรได้บ้าง  เท่ากับเป็นารบอกว่าเด็กทำอะไรไม่ได้
  • ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา

ครูทำอะไรบ้าง

  • ครูสามารถชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กในเรื่องที่เกี่ยวกับพัฒนาการต่างๆ
  • ให้ข้อแนะนำในการหาบุคลากรที่เหมาะสมในการประเมินผลหรือวินิจฉัย (ต้องมีเทคนิคในการพูด)
  • สังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ (จำเป็นมากๆ)
  • จดบันทึกพฤตืกรรมเด็กเป็นช่วงๆ

สังเกตอย่างมีระบบ

  • ไม่มีใครสามารถสังเกตอย่างมีระบบได้ดีกว่าครู
  • ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆ และเห็นในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่า  ต่างจากแพทย์  นัจิตวิทยา  นักคลีนิกมักมุ่งความสนใจอยู่ที่ปัญหา  โดยไม่ได้เห็นภาพรวมเหมือนครู

การตรวจสอบ

  • จะได้ทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไร
  • เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น
  • สามารถบอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ

ข้อควรระวังในการปฏิบัติ

  • ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้
  • ประเมินให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องต่างๆได้
  • พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฏให้เห็นเสมอไป

การบันทึกแบบต่อเนื่อง

เป็นการรบึนทึกที่ดีที่สุด สำหรับเด็กพิเศษ
  • ให้รายละเอียดได้มาก
  • เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลานึง หรือช่วงกิจกรรมหนึ่งจนเสร็จ
  • ไม่ต้องเข้าไปให้คำแนะนำช่วยเหลือ

การบันทึกแบบไม่ต่อเนื่อง

  • บันทกลงบัตรเล็กๆ
  • เป็นการบันทึกสั้นๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง

ตัวอย่างการบันทึกรูปแบบต่างๆ




เมื่อเรียนจบบทเรียน อาจารย์และนักศึกษาก็ร่วมกันร้องเพลง 5 เพลง



พลง ฝึกกายบริหาร
ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
ฝึกกายบริหารทุกวันร่างกายแข็งแรง
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว
รูปทรงสมส่วนแคล่วคล่องว่องไว


เพลง ผลไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ส้มโอ  แตงโม แตงไทย
ลิ้นจี่  ลำใย  องุ่น  พุทรา
เงาะ  ฝรั่ง  มังคุด
กล้วย  ละมุุด  น้อยหน่า
ขนุน  มะม่วง นานาพันธุ์


เพลง กินผักกัน

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว  แตงกวา
คะน้า  กวางตุ้ง  ผักบุ้ง  โหระพา
มะเขือเทศสีดา  ฟักทอง  กหล่ำปลี


เพลง ดอกไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

ดอกไม้ต่างพันธุ์  สวยงามสดสี
เหลือง  แดง  ม่วงมี แสด  ขาว ชมพู


เพลง จ้ำจี้ดอกไม้

ผู้แต่ง อ.ศรีนวล  รัตนสุวรรณ
เรียบเรียง อ.ตฤณ  แจ่มถิน

จ้ำจี้ดอกไม้  ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี  จำปา  มะลิ พิกุล
กุหลาบ  ชบา บานชื่น  กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา  เฟื่องฟ้า  ราตรี
               

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

ครั้งที่ 2

                                              บันทึกอนุทิน

วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ  แจ่มถิน
เวลาเข้าเรียน 12.20น. เวลาเลิกเรียน 15.50 น.

สัปดาห์นี้อาจารย์ให้ร้องเพลง  5 เพลง เพื่อทบทวนจากสัปดาห์ที่แล้ว



เนื้อหาที่เรียนในวันนี้
  

รูปแบบการศึกษา

1.การศึกษาปกติทั่วไป  (Regular Education)
2.การศึกษาพิเศษ  (Special Education)
3.การศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education)
4.การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนร่วม

-การจัดให้เด็กพิเศษเข้าไปเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป-มีกิจกรรมที่ให้เด็กพิเศษกับเด็กทั่วไปได้ทำร่วมกันในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในแต่ละวัน
-ครูปฐมวัยและครูการศึกษาพิเศษร่วมมือกัน

การศึกษาแบบเรียนร่วมแบ่งเป็น 2 รูปแบบ

1.การเรียนร่วมบางเวลา (Integration)
-เป็นเด็กพิเศษที่มีความพิการในระดับปานกลางถึงระดับมากจึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้
-เป็นการจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติบางเวลา
-ทำให้เด็กพิเศษได้มีโอกาศแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กปกติ

2.การเรียนร่วมเต็มเวลา (Mainstreaming)
-การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน
-เด็กพิเศษได้รับการจัดกระบวนการการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ
-มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเข้าใจซึ่งกันและกัน ตอบสนองถึงความต้องการซึ่งกันและกัน และมีปฎิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม 

-เป็นการศึกษาสำหรับเด็กทุกคน
-รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา
-จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล

ความหมายของการเรียนรวมแบบสากล

"Inclusive Education is Education for all, It involves receiving people 
at the beginning of their education,with provision of additional services needed by each individual"

ความแตกต่างระหว่างการเรียนร่วม กับ การเรียนรวม

การเรียนร่วม>>>เด็กคนนั้นจะอยู่ในการดูแลของศูนย์บริการพิเศษหรือโรงเรียนเฉพาะทาง
                            แล้วหน่วยงานจะประสานงานกับโรงเรียนเอง
การเรียนรวม>>>เด็กจะเข้ามาอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่แรกเหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่มีสังกัดของหน่วยงาน
                           หรือศูนย์การศึกษาพิเศษใดๆ